คนพิการเดินเทิดพระเกียรติ116วัน

คนพิการเดินเทิดพระเกียรติ116วัน
          นายสายแจ้ง รื่นกลิ่น นายกสมาคมสหพันธ์คนพิการในประเทศไทย แจ้งมาว่า ตลอด 3 ปี ที่มีการก่อตั้งสมาคมสหพันธ์คนพิการฯ ได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมคนพิการสมาชิกและองค์กรเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟู ส่งเสริมการศึกษา ฝึกอาชีพ ให้คนพิการมีงานทำ ไม่เป็นภาระของสังคมและอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี และเนื่องในโอกาสปีมหามงคลครบ 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมาคมฯ ได้จัด “โครงการคนพิการน้อมใจเดินทางไกลเทิดพระเกียรติ 116 วันจากวันแม่ถึงวันพ่อ” ขึ้นมา           ทั้งนี้ เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นต่อพระองค์ท่าน ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยและคนพิการทุกประเภท ดังนั้น คนพิการมีความประสงค์ที่จะเดินเทิดพระเกียรติเฉลิมฉลองปีมหามงคล เพื่อเชิญชวนให้คนไทยทำความดีเพื่อพ่อ โดยจะเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯ วันที่ 12 สิงหาคม 2554 ผ่าน จ.สระบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวม 20 จังหวัด และกลับถึงกรุงเทพฯ วันที่ 5 ธันวาคม 2554  ระยะทางกว่า 2,705 กิโลเมตร ระยะเวลาเดินทาง 116 วัน             ในโอกาสนี้สมาคมสหพันธ์ฯ จึงใคร่ขอเรียนเชิญประชาชนทั่วไป เข้าร่วมขบวนตามโครรงการนี้ เพื่อเป็นการร่วมเดินเทิดพระเกียรติเฉลิมฉลองปีมหามงคลทั้งสองพระองค์ดังกล่าว สนใจสอบถามได้ที่สมาคมสหพันธ์คนพิการในประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2705-4458, 08-1712-4276  

อานิสงส์ทูบีฯ เสริมอาชีพนักเรียน

อานิสงส์ทูบีฯ เสริมอาชีพนักเรียน
          โครงการทูบีนัมเบอร์วัน (TO BE NUMBER ONE) ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นโครงการหนึ่งที่เน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด มุ่งการรณรงค์ในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนเป็นหลักสำคัญ โดยใช้กลวิธีสร้างกระแสการไม่ข้องแวะกับยาเสพติด มีกิจกรรมที่เป็นเสมือนเครื่องมือที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ดีให้แก่ชีวิต เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมวัยรุ่นให้รู้จักการดูแลตนเอง ช่วยเหลือผู้อื่น ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสามารถแสดงพลังที่มีอยู่ได้อย่างถูกต้องและสร้างสรรค์            จากข้อมูลที่ หม่อมหลวงยุพดี ศิริวรรณ ที่ปรึกษาสำนักงานโครงการทูบีนัมเบอร์วันระบุ ปัจจุบันได้มีการจัดตั้งชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ขึ้นในโรงเรียนทั่วประเทศไทยเพื่อเป็นเครื่องปลูกฝังจิตสำนึกที่เอื้อต่อการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ได้รับการส่งเสริมระเบียบวินัย คุณธรรม และจริยธรรม ได้รับการพัฒนาทักษะชีวิตจากการเข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างสรรค์ โดยไม่หันไปพึ่งพายาเสพติด           อย่างเช่นที่โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่จัดตั้งชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ขึ้นในโรงเรียนมาตั้งแต่ปี 2548 และได้ดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสมาชิก 3,405 คน การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ของโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ที่ผ่านมา           สมาชิกได้รับการส่งเสริมอาชีพจากความถนัดในงานฝีมือต่างๆ  เช่น นักเรียนกลุ่ม BIY ของโรงเรียน ที่ได้รวมตัวกันสร้างสรรค์อาชีพเสริมจากการทำในสิ่งที่ตนมีความสามารถและถนัด ด้วยการประดิษฐ์งานฝีมือ หมอนอิงไหมพรม และตุ๊กตาถักพวงกุญแจ ที่สามารถนำไปจำหน่ายสร้างรายได้พิเศษให้แก่สมาชิก ได้นำมาใช้แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของทางบ้านได้            ปัจจุบันสมาชิกในกลุ่ม BIY มีทั้งหมด 30 คนได้ใช้เวลาว่างจากการเรียน มาประดิษฐ์หมอนอิงไหมพรมและตุ๊กตาถักพวงกุญแจ ซึ่งงานฝีมือเหล่านี้สามารถนำมาประดับตกแต่งภายในบ้าน เป็นของฝาก หรือนำมามอบให้กันในโอกาสพิเศษต่างๆ ได้ ซึ่งจะทำขายกันเองภายในโรงเรียนในช่วงเวลาที่มีการจัดกิจกรรมภายใน โดยราคาของหมอนอิงไหมพรม จะเริ่มต้นที่ 300 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับรูปแบบ ขนาด ลวดลาย และผ้าที่นำมาถัก ส่วนตุ๊กตาถักพวงกุญแจราคา 150 บาท โดยงานแต่ละชิ้นจะใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 3 วัน ในการผลิต ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ช่วยให้สมาชิกของชมรมมีรายได้จากการขาย อยู่ที่เดือนละ 1,500 บาท ถึง 2,000 บาท            การทำตุ๊กตาถักพวงกุญแจ และหมอนอิง นับเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ในโครงการทูบีนัมเบอร์วัน ที่ช่วยให้กลุ่มนักเรียนโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ มีรายได้เสริมจากการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และได้ใช้ความสามารถตามความชอบและความถนัดที่มีอยู่ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งสามารถนำมาเป็นต้นแบบของกิจกรรมที่ไม่พึ่งยาเสพติด ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เยาวชนได้เป็นอย่างดี "สุรัตน์ อัตตะ"surat_a@nationgroup.com

ผนึกสหกรณ์เกษตร อีสานใต้

ผนึกสหกรณ์เกษตร อีสานใต้
          การสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งถือเป็นช่องทางสำคัญในการอยู่รอดของสหกรณ์ไทย โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตรที่แต่ละแห่งมีความโดดเด่นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และภูมิประเทศ ดังนั้นกรมส่งเสริมสหกรณ์ นำโดย สมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงได้เปิดเวทีให้เครือข่ายสหกรณ์ผู้ผลิตในภาคอีสาน และเครือข่ายสหกรณ์ผู้จำหน่ายในภาคใต้จำนวน 19 แห่งลงนามบันทึกข้อตกลงซื้อขายข้าวสารสหกรณ์ในการทำตลาดร่วมกัน เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา            สมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เผยว่า เครือข่ายข้าวสารสหกรณ์จะเป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญของข้าวสารสหกรณ์ในอนาคต หากเครือข่ายข้าวสารสหกรณ์เข้มแข็ง ทั้งเครือข่ายสหกรณ์ผู้ผลิตและเครือข่ายผู้บริโภคจะก่อให้เกิดการกระจายข้าวสารที่มีคุณภาพไปสู่สมาชิกสหกรณ์ได้บริโภคข้าวสารคุณภาพจากสหกรณ์ด้วยกันเอง ก่อให้เกิดความร่วมมือช่วยเหลือกันด้านการทำธุรกิจ และความร่วมมือด้านอื่นๆ ตามมา เกิดความเข้มแข็งของบวนการสหกรณ์แบบยั่งยืนในอนาคต             จากรายงานข้อมูลตัวเลขพบว่าปัจจุบันมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรทั้งประเทศ 13,000 แห่ง สมาชิกประมาณ 11 ล้านครอบครัว คิดเป็นประชากร 33 ล้านคน หรือ 50% ของประชากรทั้งประเทศ ประมาณการบริโภคข้าวสาร 6 ล้านตันข้าวสาร คิดเป็นมูลค่า 150,000 ล้านบาท หากเราสามารถส่งเสริมและกระตุ้นให้สมาชิกสหกรณ์บริโภคข้าวสารของสหกรณ์ด้วยกันเอง จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดข้าวสารในแต่ละภูมิภาคเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้ตลาดข้าวสารสหกรณ์เกิดเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น                      อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ย้ำด้วยว่า ปัจจุบันโรงสีข้าวทั้งขนาดเล็กขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วประเทศไทยจำนวน 38,929 แห่ง ในจำนวนดังกล่าวเป็นโรงสีข้าวของสหกรณ์ขนาดเล็ก ขนาดกำลังการผลิตตั้งแต่ 24 ตันต่อวัน ถึง 120 ตันต่อวัน จำนวน 138 แห่งหรือ 0.35% ของทั้งประเทศ   ส่วนขนาดใหญ่ขนาดกำลังการผลิต 40 ตันต่วันมีทั้งหมด 138 แห่งแบ่งภาคเหนือ 64 แห่งรองลงมาภาคกลาง 38 แห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 32 แห่งและภาคใต้ 4 แห่ง           “ปัจจุบันปริมาณข้าวสารที่ใช้ภายในประเทศ 12.08 ล้านตันข้าวสาร ส่งออก 8.94 ล้านตันข้าวสาร หากเปรียบเทียบกับมูลค่าทางการตลาดข้าวสารโดยรวมทั้งประเทศซึ่งรวมของภาคเอกชน มูลค่าทางการตลาดข้าวสารของสหกรณ์นับว่ายังมีปริมาณน้อยมากเทียบกับภาคเอกชน ดังนั้นกรมส่งเสริมสหกรณ์ต้องการที่จะเพิ่มสัดส่วนทางการตลาดข้าวสารของสหกรณ์ให้มากขึ้น จากปี 2553 เรามียอดทางการตลาดอยู่ประมาณ 1,500 ล้านบาท” สมชายระบุ           อย่างไรก็ตามในอนาคตกรมส่งเสริมสหกรณ์มีความมั่นใจว่าจะสามารถขยายช่องทางการตลาดข้าวสารในประเทศของสหกรณ์ได้มากขึ้น โดยผ่านระบบการค้ารูปแบบเครือข่ายสหกรณ์ โดยที่ผ่านมาได้มีการสร้างเครือข่ายสหกรณ์ผู้ผลิตเป็นที่ยอมรับของตลาดหลายแห่ง อาทิ คลัสเตอร์ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ เครือข่ายข้าวทุ่งสัมฤทธิ์ เครือข่ายข้าวบุรีรัมย์ เครือข่ายข้าวสุรินทร์ เป็นต้น ซึ่งการจัดระบบเครือข่ายดังกล่าวนอกจากจะช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายแล้ว ยังเป็นการลดต้นทุนด้านโลเจสติกส์ได้อีกด้วย             ทั้งนี้ เครือข่ายข้าวสารสหกรณ์จะเป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญของข้าวสารสหกรณ์ในอนาคต หากเครือข่ายข้าวสารสหกรณ์เข้มแข็ง ทั้งเครือข่ายสหกรณ์ผู้ผลิตและเครือข่ายผู้บริโภค จะก่อให้เกิดการกระจายข้าวสารที่มีคุณภาพไปสู่สมาชิกสหกรณ์ได้บริโภคข้าวสารคุณภาพจากสหกรณ์ด้วยกันเอง ก่อให้เกิดความร่วมมือช่วยเหลือกันด้านการทำธุรกิจ และความร่วมมือด้านอื่นๆ ตามมา เกิดความเข้มแข็งของกระบวนการสหกรณ์แบบยั่งยืนในอนาคตนั่นเอง  

“สมพร โรจนมงคล”ปราชญ์ปุ๋ยอินทรีย์แดนใต้

“สมพร โรจนมงคล”ปราชญ์ปุ๋ยอินทรีย์แดนใต้
          แม้สังคมไทยจะได้ชื่อเป็นเมืองกสิกรรม อู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งในอาเซียน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เกษตรกรจำนวนไม่น้อยขาดความรู้การบำรุงดูแลรักษาผลผลิต เหตุนี้ “สมพร โรจนมงคล” ผู้เชี่ยวชาญด้านปุ๋ย จึงหยิบประสบการณ์กว่า 20 ปี ถ่ายทอดแก่เกษตรกรยะลา           "สมพร" ในฐานะนายกสมาคมนิสิตเก่า ม.เกษตรศาสตร์ ภาคใต้ ปัจจุบันเป็นวิทยากรให้แก่ อบจ.ยะลา ในโครงการฝึกอบรมใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มผลผลิต ได้หยิบยกประสบการณ์ 20 ปีที่คว่ำหวอดอยู่ในแวดวงยางพาราเมื่อครั้งเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หาดใหญ่ ได้คลุกคลีกับชาวสวนจนเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการใช้ปุ๋ย มาเพิ่มองค์ความรู้ให้เกษตรกร หมอดินประจำตำบล ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีประจำตำบล จ.ยะลา ที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมนับพันคน จากการจัดอบรม 5 รุ่น           “ผมจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เชิงทฤษฎี และหลักวิชาการ จากนั้นจึงให้เกษตรกรนำความรู้มาทดลองปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง” สมพร กล่าว           โดยการจัดอบรมเกษตรกร สมพร บอกว่า เป็นการคืนความรู้ทางด้านเกษตรที่เป็นผลึกความรู้จากประสบการณ์ตรงในด้านวิชาชีพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากชาวบ้านจะเข้าใจหลักปฏิบัติที่ถูกต้องแล้วยังเป็นการสร้างวิถีกสิกรรมที่ยั่งยืนให้แต่ละชุมชนอีกด้วย           ยิ่งกว่านั้น ได้เตรียมจัดกิจกรรมกระตุ้นการเรียนรู้และศึกษาเกี่ยวกับปุ๋ยอินทรีย์ของเกษตรกรในท้องถิ่น ด้วยโครงการแข่งขันทักษะวิชาการเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ และแข่งขันผสมปุ๋ย ซึ่งเป็นการฝึกภาคปฏิบัติ ที่จะทำให้ชาวสวนมีองค์ความรู้ติดไปกับตัวตลอดชีวิต           “ผมกำลังเสนอให้หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ขับเคลื่อนกิจกรรมเชิงวิชาการด้านเกษตรควบคู่กับการปฏิบัติ เพื่อให้ชาวสวนมีความเข้าใจวิถีเกษตรที่ลดต้นทุน ลดรายจ่าย แต่สามารถเพิ่มรายได้อย่างแท้จริงได้” สมพร กล่าว "สุพิชฌาย์ รัตนะ"

วังน้ำเขียวแค่ตัวอย่างหนึ่ง

วังน้ำเขียวแค่ตัวอย่างหนึ่ง
          กรณีที่ ท่านระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า โลกของความเป็นจริงของสภาพพื้นที่วังน้ำเขียว ที่มีนายทุน นักการเมือง และผู้มีอิทธิพล อยู่เบื้องหลังในการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ และรู้ว่าใครเป็นตัวเอ้ และใครเป็นแค่ตาสีตาสานั้น ก็เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างเท่านั้นที่เจ้าหน้าที่ของรัฐระดับท้องถิ่นไม่กล้าแตะ            ในโลกแห่งความเป็นจริงตามนัยของผู้ว่าฯ โคราชพูดมานั้น ยังมีอีกมากมายเหลือเกินครับ ที่มีนายทุน นักการทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ตลอดจนผู้มีอิทธิพล อยู่เบื้องหลังในการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในระดับท้องถิ่นคงทำรายงานถึงหน่วยเหนือที่รับผิดชอบแล้ว แต่ผู้อำนาจอย่างแท้จริงทำเมินเสีย ชนิดที่ชาวบ้านเรียกว่า เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ เพราะสาวถึงรากแก่นแล้ว ล้วนแต่พวกพ้อง           อย่างกรณีของวังน้ำเขียวนั้น ส่วนหนึ่งไม่ใช่ทั้งหมดครับ สงสารผู้ที่เป็นเจ้าของคนล่าสุด บางคนอุตส่าห์เก็บเงินทั้งชีวิตไปซื้อที่เพื่อทำกิน สุดท้ายกำลังจะถูกดำเนินคดี แต่คนที่เป็นต้นตอของการบุกรุกอย่างแท้จริงกลับลอยนวล และเสวยสุขกับผลกำไรจากการปั้นราคาในยุคต้นๆ โดยที่ไม่ถูกดำเนินคดี ทั้งๆ ที่หน่วยงานรัฐก็รู้ดี           ยังมีการบุกรุกป่าสงวนอีกหลายร้อยหลายพันแห่ง ที่หน่วยงานรัฐไม่ยอมดำเนินการใดๆ ทั้งที่เชื่อว่าหน่วยงานรัฐรู้ดี ไม่ยอมจัดการกับคนบุกรุก และไม่ยอมดำเนินเกี่ยวกับการเอกสารสิทธิให้ถูก ทั้งๆ ที่ชาวบ้านทำกินมาตั้งแต่บรรพบุรุษ           ไม่ต้องไปดูที่อื่นไกลครับ ตัวอย่างจะจะ เห็นกันมาสิบๆ ปีแล้วคือ พื้นที่ใน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ วันนี้หากใครไปที่ อ.น้ำหนาว จะเห็นว่าหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างที่เคยเห็นเมื่อครั้งเก่าก่อน ก็มีการเปลี่ยนไปหมดแล้ว เป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เจริญขึ้น โดยเฉพาะเกี่ยวเส้นทางการคมนาคม ที่จะอำนวยต่อการเดินทางและการท่องเที่ยวในพื้นที่ อาทิ เส้นที่เชื่อมไปยังอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย โน่น           พื้นที่ของน้ำหนาวแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ฝั่งหนึ่งที่มีผืนป่าอุดมสมบูรณ์ อยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อีกส่วนหนึ่งเป็นสภาพพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ส่วนนี้ยังเป็นป่าสงวนแห่งชาติ แต่สภาพป่าไม่มีแล้ว เพราะถูกชาวบ้านยึดเป็นที่ทำกินมาเนินนานหลายทศวรรษแล้ว           เชื่อไหมครับว่า พื้นที่ อ.น้ำหนาว ที่ชาวบ้านยึดเป็นที่ทำกิน หรือสร้างบ้านพัก รีสอร์ท เจ้าของพื้นที่เหล่านี้ ซึ่งเป็นประชากรที่อยู่ภายในการปกครองของ อ.น้ำหนาว อยู่ในภาวะคนกระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองทุกคน ทุกครัวเรือน ฐานบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ             เพราะที่นั่นไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ ทั้งอำเภอ รวมถึงที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจภูธร สำนักงานเกษตรอำเภอ โรงเรียน และสถานที่อื่นๆ ต่างอยู่ในภาวะผู้บุกรุกป่าสงวนทั้งนั้นครับ           ก็งงเหมือนกันครับว่า ทำไหมกรมป่าไม้ และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ไม่ดำเนินการใดๆ หากปล่อยไปเชื่อว่า อีกไม่นานที่ทำกินของชาวบ้านจะตกอยู่ในมือนายทุนที่ไม่แตกต่างไปจากวังน้ำเขียวนั่นเอง           ที่สำคัญ หากปล่อยไปยากต่อการที่จะจัดการ เพราะหากจะดำเนินคดีกับนายทุนผู้บุกรุก ต้องดำเนินการกับสถานที่ราชการด้วย เพราะอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันครับ

เส้นไหมผลิภัณฑ์คุณภาพ

เส้นไหมผลิภัณฑ์คุณภาพ
          ถึงแม้ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในภาคอีสานจะสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเรื่องฝีมือการถักทอที่มีความละเอียดประณีตสวยงาม มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ จนได้รับความสนใจจากทั้งในและต่างประเทศ แต่ทว่ายังมีจุดด้อยในเรื่องการแปรรูปจากใยไหมเป็นเส้นด้ายนั้นกระบวนการผลิตยังไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ส่งผลให้เส้นไหมไม่แข็งแรง เส้นด้ายมักขาดบ่อยครั้งในระหว่างการถักทอผ้าไหม           ด้วยเหตุนี้เองทำให้ทีมนักวิจัยจากกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดย สมหญิง ชูประยูร นักวิชาการชำนาญการพิเศษ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องหม่อนไหน ได้ศึกษาวิจัยกระบวนการผลิตเส้นด้าย เริ่มจากการดูแลตัวไหมให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงเพื่อจะได้เส้นใยที่มีคุณภาพจนถึงกระบวนการผลิตเส้นด้ายเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมต่อไป           "เราได้รับทุนจากสภาวิจัยจำนวน 5 แสนบาทเมื่อปีที่แล้ว เพื่อนำไปศึกษาวิจัยเส้นทางสายไหม เริ่มตั้งแต่การเลี้ยงตัวไหม การผลิตเส้นด้ายจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ไปส่งเสริมแนะนำกระบวนการผลิตตามหลักวิชาการในพื้นที่ 13 จังหวัดในภาคอีสาน โดยมีกลุ่มหลักอยู่ที่ จ.ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด เพราะมีผู้เลี้ยงไหมค่อนข้างมาก จากการที่ได้ลงพื้นที่คลุกคลีอยู่กับชาวบ้านพบว่าส่วนใหญ่ยังทำกันตามแบบดั้งเดิมที่ได้รับการสืบทอดกันมา ทำให้บางครั้งผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควร เนื่องจากเส้นไหมไม่มีคุณภาพ"           สมหญิง ชูประยูร เผยถึงเหตุผลในการใช้เทคโนโลยีปรับปรุงคุณภาพเส้นไหมเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ โดยมีกระบวนการผลิตที่ถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อจะได้เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์อันนำไปสู่รายได้ที่เพิ่มขึ้นของชาวบ้านที่ยึดอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเส้นไหมจากประสบการณ์ที่ผ่านมาร่วม 30 ปีเราเห็นว่าการวิจัยหม่อนไหมเพื่อสาธารณะมีค่อนข้างน้อย ทั้งๆ ที่หม่อนไหมนั้นถือเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากชาวบ้านที่ยึดอาชีพดังกล่าวนี้มีรายได้ไม่แพ้อาชีพหลักอย่างทำนาทำไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน            เจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากงานวิจัยคนเดิมระบุอีกว่า การพัฒนาเส้นไหมไทยจะเป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับของการตลาดเป็นอย่างดี ซึ่งจากการที่ได้ไปส่งเสริมฝึกอบรมกระบวนการผลิตและมีการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า สามารถใช้เทคโนโลยีร่วมกับภูมิปัญญาของชาวบ้านได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการต่อยอดโดยเน้นให้เขานำสีธรรมชาติมาใช้ในผลิตภัณฑ์อีกด้วย            "จากการศึกษาวิจัยมา 1 ปี ทำให้มองเห็นว่าศักยภาพของเกษตรกร ถ้ามีการเสริมงานวิจัยโดยให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมจะเกิดผลโดยเร็ว จะเห็นว่าเพียงแค่ 1 ปีที่ผ่านมา เส้นไหมจากเดิมที่ชาวบ้านขายกันกิโลกรัมละ 900 บาท มาวันนี้เขาขายได้ราคาเพิ่มขึ้นถึง 1,200-1,300 บาทต่อกิโลกรัม ถือเป็นการยกระดับระดับผลิตภัณ์ของเราได้เป็นอย่างดี เนื่องจากตัวเส้นมีมาตรฐาน"            อย่างไรก็ตาม สมหญิง ย้ำด้วยว่า ผลสำเร็จจากงานวิจัยชิ้นนี้ นอกจากพัฒนาคุณภาพเส้นไหมให้ได้มาตรฐาน สร้างมูลค่าเพิ่มเส้นไหมทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว ยังเป็นตัวจักรสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งเป็นโครงการสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจที่สำคัญ อันจะนำไปสู่เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศต่อไปในอนาคตอีกด้วย           สำหรับผู้สนใจผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่สวยงามหลากรูปแบบ ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยของสมหญิง ชูประยูร และคณะ ร่วมกับชาวบ้านในภาคอีสาน 17 จังหวัดสามารถชมและร่วมอุดหนุนได้ในงาน Thailand Research Expo 2011 ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ระหว่างวันที่ 26-30 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ "สุรัตน์ อัตตะ"

ไผ่กวนอิมปลูกแล้วรวย

ไผ่กวนอิมปลูกแล้วรวย
          มีโอกาสแวะเวียนไปแถวหมู่บ้านริมชายแดนที่ ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย วันก่อน เห็นชาวบ้านปลูกไผ่กวนอิมกระถางไว้บริเวณหน้าบ้านเกือบทุกหลัง สอบถามได้ความว่าเป็นไม้มงคลปลูกไว้หน้าบ้านดี ร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา ไผ่กวนอิม มีชื่อวิทยาศาสตร์ Dracaena sonderiana "Gold" ตระกูล Liliaceae มีถิ่นกำเนิดในประเทศแคเมอรูนและคองโก                   มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้น คล้ายสกุลหวาย ลำต้นโตประมาณ 1-2 ซม. สูง 1-3 ซม. ลำต้นตรงเล็ก เป็นข้อๆ สีเขียว ไม่มีกิ่งก้านสาขา มีการเจริญเติบโตจากการยืดตัวของข้อใบ เป็นใบเดี่ยวแตกออกจากส่วนยอดของลำต้น มีกาบใบห่อหุ้มลำต้นสลับกันเป็นชั้นๆ ตามข้อของลำต้น ส่วนใบแคบเรียวยาวปลายใบแหลมโคนใบสอบลงมาถึงกาบใบ                  ส่วนใบมีสีเขียวหรือสีขาวพาดตามยาวของใบ ขนาดกว้างของใบ 2-3 ซม. ยาว 6-8 ซม.ชอบน้ำมาก เหมาะปลูกในดินร่วมซุยและต้องการแสงรำไร ไม่ค่อยพบปัญหาโรคและแมลง พืชสกุลนี้ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ       

ฉันอยากขายกล้วยไม้แต่ไม่อยากได้เงิน?(5)

ฉันอยากขายกล้วยไม้แต่ไม่อยากได้เงิน?(5)
          หลังจากเธอได้อ่านเรื่องราวตั้งแต่แรกมาจนถึงบัดนี้ เธอที่รัก หากเธอเป็นคนมองเห็นสองด้านก็น่าจะเริ่มคิดได้ว่า เมื่อฉันเดินทวนกระแสก็ย่อมมีการต่อต้านเป็นธรรมดา จากพฤติกรรมดังกล่าวมันได้ทำให้ฉันมีศัตรูรอบตัว           1.เพราะฉันสืบเอาความลับในการค้าขายกล้วยไม้ออกมาเปิดเผย แถมยังมีพฤติกรรมค้าขายกล้วยไม้อีกด้วย จึงทำให้พวกพ่อค้ากล้วยไม้ในเมืองไทยมารุมกันใส่ร้ายป้ายสี รวมทั้งมีพฤติกรรมซ่อนเร้นในกระแสสังคม อย่างที่คำโบราณเขาเรียกกันว่า “แทงกันข้างหลังเต็มไปหมด”            2.พวกเศรษฐีมีเงินที่เอากล้วยไม้มาเล่นเพื่อแข่งกันมีหน้ามีตา ต่างก็หันหน้ามามองฉันด้วยสายตาที่ซ่อนเร้นเอาความไม่เป็นมิตรไว้อย่างเห็นได้ชัด           3.เธอลองคิดดูก็แล้วกันว่าตัวฉันเองไม่มีเงินติดกระเป๋า แล้วจะหาเงินที่ไหนมาทำงาน            คิดแล้วแทนที่จะรู้สึกท้อแท้หมดกำลังใจ ฉันต้องขอขอบคุณพ่ออีกครั้งหนึ่งที่หล่อหลอมให้ฉันเป็นคนมีนิสัยต้องต่อสู้กับใจตนเอง และมีความมุมานะที่จะทำให้สำเร็จ เพราะยิ่งได้ข้อมูลมาจากสิ่งซึ่งยากลำบากด้วยแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีกำลังภายใน ในการขับเคลื่อนอย่างเต็มที่           เรื่องนี้ยังมีเรื่องราวที่จะเขียนต่อไปอีกอย่างกว้างขวาง แม้หนังสือที่จะเขียนอีก 10 เล่มก็ยังไม่พอ แต่ฉันรู้ว่าหนังสือตัวจริงนั้นมันอยู่ในใจตัวเอง เขียนเมื่อไหร่ก็ได้ และยาวแค่ไหนก็ไม่เคยลืมที่จะนำมาเขียน           ยังมีตัวอย่างที่เป็นผลจากการค้ากล้วยไม้ที่ยังสนใจ เพราะฉันเป็นคนเอาชนะใจคนอื่นด้วยการสร้างคุณงามความดีนี่แหละ            เธอเชื่อไหมว่า อยู่มาวันหนึ่งฉันถูกเชิญไปพูดในสมาคมกล้วยไม้ต่างๆ แทบจะตลอดสองฝั่งตะวันออกและตะวันตกของสหรัฐอเมริกา           ช่วงหนึ่งฉันถูกเชิญไปพูดที่สมาคมกล้วยไม้ของเมือง ฟอร์ดลอเดอร์เด็ล แห่งสหรัฐอเมริกา            เย็นวันนั้นฉันต้องประหลาดใจเพราะมีกล่องเค้กกล่องใหญ่มาตั้งไว้บนโต๊ะ ครั้นเดินเข้าไปดูจึงพบว่าหน้าขนมเค้กถูกเขียนเอาไว้ว่า "Wellcome Professor Rapee Sagarik" ฉันมารู้ภายหลังว่าเจ้าของเค้กกล่องนั้นเป็นเจ้าของร้านตัดเสื้อ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองฟอร์ดลอเดอร์เด็ลถึง 400 ไมล์ และเย็นวันนั้นเขาปิดร้านตัดเสื้อ หลังจากนั้นจึงขับรถมาหาฉันพร้อมด้วยเค้กกล่องดังกล่าว           อีกรายหนึ่งเกิดขึ้นในสมาคมกล้วยไม้แห่งมลรัฐแห่งเซาท์แคโรไลนา วันนั้นฉันได้รับเชิญให้ไปพูด ได้สังเกตเห็นว่ามีชายคนหนึ่งเข้ามาคอยดูแลรับใช้ฉันอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา           หลังจากนั้นไม่นานก็มีสมาชิกสมาคมอีก 2-3 คนมากระซิบถามฉันว่า “ท่านทำยังไง ไอ้หมอนี่มันถึงได้มาคอยรับใช้ท่านอย่างน่าสนใจ เพราะเหตุว่าโดยปกติแล้วชายคนนี้ ภายในสมาคมไม่มีใครเขาคบด้วย เพราะมันเป็นตัวที่มีนิสัยร้ายกาจมาก”           นี่แหละคือคำตอบที่แท้จริงในการค้าขายกล้วยไม้ของฉัน ขอให้เธอคิดเอาเองก็แล้วกันว่า ฉันขายกล้วยไม้เพราะเหตุใด           ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจต่อไปอีกหลายเรื่อง แม้แต่การมีโอกาสได้เดินเข้าไปดูอุโมงค์ซึ่งใช้เป็นคลังเก็บขีปนาวุธของสหรัฐอเมริกา ที่อยู่ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ก่อนที่สหรัฐอเมริกาจะใช้กองทัพเรือที่ 7 ปิดล้อมหมู่เกาะตอนใต้ดังตัวอย่างเช่นเรื่อง “ฉันคิดถึงจิม (Rear Admiral James Dare)”  

ปลูกไผ่กวนอิมไม้มงคลทำเงินชาวบ้านหนองอ้อ

ปลูกไผ่กวนอิมไม้มงคลทำเงินชาวบ้านหนองอ้อ
          คนโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นกวนอิมทองไว้ประจำบ้านจะทำให้คนในบ้านมีฐานะดีเกิดความร่ำรวย เพราะต้นกวนอิมเป็นไม้นำโชคและของมีค่ามาสู่คนในบ้าน จึงถือเป็นไม้มงคล นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่าต้นกวนอิมทองเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะคนโบราณใช้ต้นกวนอิมทองประกอบในพิธีบูชาพระเจ้าและในพิธีสำคัญทางศาสนาด้วย           จากความเชื่อดังกล่าวทำให้คนในหมู่บ้านหนองอ้อ ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย หันมาปลูกต้นกวนอิมหรือไผ่กวนอิม ในเชิงพาณิย์กันมากขึ้น เพราะมองเห็นว่าสามารถสร้างรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี โดยมีนางอัมพร สมบูรณ์ เกษตรกรแห่งบ้านหนองอ้อ เริ่มปลูกเป็นคนแรกเมื่อปี 2525 จากนั้นได้ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีชาวบ้านปลูกไผ่กวนอิมมากกว่า 60 ครัวเรือน บนเนื้อที่ว่า 800 ไร่           เหรียญทอง เนมหาวรรณ์ ประธานกลุ่มเกษตรกรปลูกไผ่อวนกิมบ้านหนองอ้อ ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย บอกว่า การปลูกมี 2 วิธี คือ ปลูกในกระถางเพื่อประดับภายในและภายนอกอาคาร โดยใช้กระถางทรงสูงขนาด 8-12 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักผสมแกลบผุและดินร่วม ในอัตราส่วน 1 : 1 : 1 ปลูก ควรเปลี่ยนกระถาง 1-2 ปีต่อครั้ง เพราะการขยายตัวของรากแน่นเกินไปปและการแตกกอของทรงพุ่มโตขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเกลี่ยดินปลูกใหม่เพื่อทดแทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพไป           ส่วนวิธีที่สองเป็นการปลูกในแปลงปลูก เพื่อประดับบริเวณบ้านและสวนโบราณ โดยมักจะนิยมปลูกไว้บริเวณหน้าบ้าน เพราะจะได้เป็นเสน่ห์แก่บ้าน ซึ่งขนาดหลุมปลูก 20x20x20 เซนติเมตร โดยใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักและดินร่วมในอัตราส่วน 1 : 2 ผสมดินปลูก ปัจจุบันชาวบ้านหนองอ้อหันมาปลูกไผ่กวนอิมกันมากขึ้น เพื่อเสริมรายได้จากอาชีพทำนา โดยจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ ซึ่งผลผลิตจะส่งขายทั้งในและต่างประเทศ ตลาดต่างประเทศ ได้แก่ อิหร่าน บรูไน แคนาดา ออส เตรเลีย จีน สิงคโปร์ และไต้หวัน            "ถ้าเป็นพื้นที่ปลูกใหม่ต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นบาทต่อไร่ ปีถัดไปอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นบาท ส่วนรายได้เฉลี่ยจะอยู่ที่ 7 หมื่นบาทต่อไร่ต่อปี ไผ่กวนอิมที่นี่จะปลูกหลายชนิด เช่น ไผ่กวนอิมลายทอง ไผ่กวนอิมหยกมรกต ไผ่กวนอิมประเภท ไม้ดัด ไม้ชั้น และไม้สาน แล้วแต่ใครจะเลือกปลูกชนิดใด ทุกชนิดมีตลาดรองรับหมด" ประธานกลุ่มเกษตรกรปลูกไผ่อวนกิมบ้านหนองอ้อเผยข้อมูล           ราคาจำหน่าย เหรียญทอง ระบุว่า ขึ้นอยู่กับแต่ละประเภท ซึ่งเป็นราคาขายส่งจากแปลงปลูก ถ้าเป็นไม้ชั้นเริ่มตั้งแต่ 2 ชั้น ราคาจะอยู่ที่ 15 บาท สูงสุด 9 ชั้น สนนในราคา 1,000 บาท ส่วนไม้สานรวม 20 เส้นยาว 35-40 เซนติเมตร ราคาอยู่ที่ 45 บาท ถ้ายาว 100 เซนติเมตร ราคา 150-180 บาท แต่หากสั่งจองคราวละจำนวนมาก ราคาก็อาจจะลดหย่อนลงได้           "ผมบอกได้เลยว่า ไผ่กวนอิมรูปแบบต่างๆ ที่ขายกันอยู่ทั่วไปในท้องตลาด ทั้งในกรุงเทพฯ และตามต่างจังหวัด แหล่งผลิตหลักมาจากที่นี่ มีผู้มาดูงานแล้วทดลองนำไผ่กวนอิมไปปลูกที่อื่น ปรากฏว่าไม่ได้ผลดีเหมือนปลูกที่นี่ จึงอยากเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาส่งเสริมปลูกอย่างจริงจัง เพราะเป็นไม้เศรษฐกิจที่ตลาดต้องการมาก ซึ่งก็จะทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น สนใจไผ่กวนอิมของกลุ่ม 08-4374-8794" เหรียญทองกล่าวทิ้งท้าย           การปลูกไผ่กวนอิมเพื่อการค้านับเป็นอีกทางเลือกของชาวบ้านหนองอ้อ ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในการสร้างรายได้เสริมควบคู่กับอาชีพหลักคือการทำนา ที่สามารถทำได้แค่ปีละครั้งเท่านั้น "สุรัตน์ อัตตะ"